สิวซ้ำซากที่แก้มและคาง วิธีลดปัญหาสิวด้วยการดูแลผิวที่ต้นเหตุ

เคยสังเกตไหมว่าเวลาเป็นสิว มักจะมีเม็ดใหม่ขึ้นมาในบริเวณเดิมซ้ำๆ แม้จะดูแลจนสิวลดลงแล้ว แต่ไม่นานก็กลับมาเป็นอีก ปัญหานี้ทำให้ผิวหน้าดูไม่เรียบเนียนและทิ้งรอยดำรอยแดงเอาไว้ โดยเฉพาะบริเวณแก้มและคาง ก่อนที่จะหาวิธีดูแลผิว เราควรทำความเข้าใจถึงสาเหตุกันก่อนว่า ทำไมสิวถึงมักจะขึ้นที่จุดเดิมซ้ำๆ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาและดูแลผิวได้อย่างเหมาะสม

สาเหตุของสิวบริเวณแก้ม

ผิวบริเวณแก้มเป็นพื้นที่กว้างและมีโอกาสสัมผัสกับสิ่งสกปรกได้ง่าย ปัจจัยหลักที่ทำให้สิวขึ้นซ้ำบริเวณนี้มักเกิดจากพฤติกรรมที่เราเผลอทำโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการอุดตัน

ของใช้ส่วนตัวที่สัมผัสใบหน้า

สิ่งของใกล้ตัวอย่างปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน หรือหน้าจอโทรศัพท์ ล้วนเป็นแหล่งสะสมชั้นดีของแบคทีเรียและคราบเหงื่อไคล เมื่อผิวแก้มสัมผัสสิ่งเหล่านี้เป็นเวลานาน เช่น เวลานอนตะแคงหรือคุยโทรศัพท์ สิ่งสกปรกจะเข้าไปอุดตันในรูขุมขน ก่อให้เกิดการระคายเคืองและกลายเป็นสิว

สิ่งตกค้างจากเครื่องสำอางและสกินแคร์

หลายครั้งที่เราล้างหน้าไม่สะอาด เครื่องสำอาง ครีมกันแดด หรือครีมบำรุงผิวต่างๆ จะตกค้างอยู่บนผิวหน้า พอเจอกับเหงื่อและเซลล์ผิวเก่า ก็จะผสมกันกลายเป็นสิ่งอุดตันรูขุมขน ทำให้เกิดสิวอุดตันเม็ดเล็กๆ หรือสิวเม็ดใหญ่บริเวณแก้ม

สาเหตุของสิวบริเวณคาง

สิวบริเวณคางและแนวกรามมักเกี่ยวข้องกับปัจจัยภายในร่างกาย ทำให้เป็นซ้ำและดูแลได้ยากกว่าจุดอื่นบนใบหน้า โดยมีสาเหตุหลัก ดังนี้

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

ช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน รวมถึงความเครียดสะสม ระดับฮอร์โมนในร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ฮอร์โมนบางชนิดจะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้นและผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ น้ำมันส่วนเกินนี้จะเข้าไปอุดตันรูขุมขน ทำให้เกิดสิวอักเสบบริเวณคางและรอบริมฝีปาก

อาหารและระบบขับถ่าย

อาหารที่รับประทานมีผลต่อสภาพผิว ของหวาน อาหารน้ำตาลสูง หรือทำจากนมวัว รวมไปถึงระบบขับถ่ายของร่างกายที่ทำงานไม่ปกติ อาจส่งผลให้เกิดการสะสมของเสีย ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ผิวเกิดสิวอุดตันและดูหมองคล้ำ

วิธีดูแลและลดโอกาสเกิดสิว

สิวสามารถดูแลและลดการเกิดซ้ำในบริเวณเดิม ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำวัน และหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว ด้วยวิธีต่างๆ เช่น

1. รักษาความสะอาดของของใช้ส่วนตัว

เปลี่ยนปลอกหมอนและผ้าเช็ดหน้าอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง หมั่นทำความสะอาดหน้าจอโทรศัพท์มือถือด้วยแอลกอฮอล์ และพยายามหลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ลูบคลำ หรือเท้าคางระหว่างวัน เพื่อลดโอกาสที่แบคทีเรียจากมือจะสัมผัสกับผิวโดยตรง

2. ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด

เช็ดเครื่องสำอางและครีมกันแดดออกให้หมดจด ด้วยผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางทุกครั้ง ก่อนล้างหน้าด้วยโฟมหรือเจลล้างหน้า ควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง และไม่มีส่วนผสมของรุนแรง เพื่อรักษาสมดุลความชุ่มชื้นผิว

3. ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยลดการอุดตัน

หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน สารก่อการระคายเคือง หรือน้ำหอม หันมาใช้สกินแคร์ที่มีเนื้อสัมผัสบางเบา ซึมซาบง่าย และมีส่วนผสมที่ช่วยปลอบประโลมผิว หรือช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน เพื่อลดการอุดตันในรูขุมขนและดูแลผิวให้แข็งแรงขึ้น

4. ดูแลผิวกับคลินิกรักษาสิว

หากปรับพฤติกรรมแล้วปัญหาสิวยังไม่ลดลง ควรปรึกษาแพทย์กับคลินิกผิวพรรณ เพื่อวางแผนการดูแลผิวด้วยวิธีที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

  • โปรแกรมกดสิวและโปรแกรมฉีดสิว

โปรแกรมกดสิวช่วยลดโอกาสที่สิวอุดตันจะลุกลามไปเป็นสิวอักเสบ หากเป็นสิวที่กำลังอักเสบ บวมแดง หรือรู้สึกปวด สามารถดูแลด้วยโปรแกรมฉีดสิว เพื่อลดอาการบวมอักเสบเฉพาะจุด ซึ่งจะช่วยให้สิวยุบตัวลง พร้อมทั้งลดความเสี่ยงในการเกิดรอยแผลเป็น

  • โปรแกรมเลเซอร์ลดรอยสิว

นอกจากการจัดการกับเม็ดสิวแล้ว การดูแลรอยดำรอยแดงหลังสิวลดลงก็เป็นสำคัญ โปรแกรมเลเซอร์บางชนิดมีคุณสมบัติในการช่วยลดรอยคล้ำและช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของการเกิดสิว ช่วยปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียน โทนสีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น พร้อมทั้งช่วยบำรุงผิวให้ดูสุขภาพดี

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ปัญหาสิวที่มักขึ้นบริเวณแก้มและคาง สามารถดูแลและป้องกันได้ เพียงเราเข้าใจถึงสาเหตุและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสม ควบคู่ไปกับการรักษาความสะอาดผิวหน้า และหมั่นทำความสะอาดของใช้ส่วนตัว วิธีเหล่านี้จะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวใหม่ แต่ถ้าปัญหาสิวไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะกับสภาพผิว เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดสิว และทำให้ผิวหน้าของเรากลับมาดูสดใสแข็งแรง

ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษาแพทย์ ติดต่อจองคิวแพทย์ที่นี่

LINE Official

PSC9564

เบอร์โทรศัพท์

063-929-3651 (สายด่วน)

Facebook Inbox

Phuket Skin Center

Scroll to Top