เมื่อเริ่มก้าวเข้าสู่วัย 30 ต้นๆ หลายคนอาจเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวหน้าที่ไม่เต่งตึงเหมือนช่วงวัย 20 ร่องแก้มเริ่มชัดขึ้น กรอบหน้าเริ่มดูไม่คมชัด หรือมีริ้วรอยเล็กๆ ปรากฏขึ้นเมื่อแสดงสีหน้า ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนปัญหาผิวหย่อนคล้อย หากเริ่มดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก็อาจช่วยดูแลสภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์ได้นานขึ้น
คลินิกความงามปัจจุบันมีโปรแกรมดูแลผิวที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยให้แลดูจางลง เช่น โปรแกรม Ultraformer และโปรแกรมโบทูลินัมท็อกซิน ซึ่งเป็นโปรแกรมยอดนิยมมาก บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับทั้งสองโปรแกรม พร้อมแนะนำว่าแต่ละโปรแกรมเหมาะกับปัญหาผิวแบบใดบ้าง

ทำไมผิวจึงเริ่มหย่อนคล้อยในวัย 30
ปัญหาผิวหย่อนคล้อยในวัยนี้เกิดจากปัจจัยภายในที่เริ่มทำงานถดถอยลง ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นตามธรรมชาติ ผิวจึงเริ่มดูหย่อนคล้อย ริ้วรอยเริ่มเห็นได้ชัด โดยหลักๆ เกิดจาก 3 ปัจจัยสำคัญ คือ
1. คอลลาเจนและอีลาสตินลดลง
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น กระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวจะค่อยๆ ลดลง หลังจากอายุ 25 ปี ร่างกายจะผลิตเส้นใยคอลลาเจนลดลงประมาณ 1% ต่อปี ทำให้โครงสร้างผิวที่เคยแน่นกระชับเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น
2. การยุบตัวของกระดูกและไขมัน
ชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณพวงแก้มและใต้ตาจะเริ่มฝ่อตัวหรือเคลื่อนตัวต่ำลงตามแรงโน้มถ่วง ทำให้เกิดร่องลึกบริเวณร่องแก้มและใต้ตา
3. กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็ง
การแสดงสีหน้าซ้ำๆ อย่างการยิ้ม ขมวดคิ้ว หรือเลิกคิ้ว เมื่อผิวชั้นบนขาดคอลลาเจนมาพยุงจะทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็งจนกลายเป็นริ้วรอยร่องลึก

โปรแกรม Ultraformer ยกกระชับลงลึกถึงโครงสร้างผิว
เทคโนโลยีคลื่นเสียงความเข้มข้นสูง (Micro & Macro Focused Ultrasound) ส่งพลังงานลงสู่ผิวในระดับความลึกที่แตกต่างกัน หลักการทำงานคือการส่งคลื่นเสียงความถี่สูงลงไปใต้ชั้นผิวหนังจนถึงชั้นเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ (SMAS) เพื่อส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูของผิว ส่งผลให้ผิวค่อยๆ แลดูกระชับขึ้น
เหมาะกับการดูแลปัญหาผิวแบบไหนบ้าง
โปรแกรมนี้เป็นทางเลือกในการดูแลปัญหาที่โครงสร้างความหย่อนคล้อยและไขมันส่วนเกิน จึงเหมาะสำหรับปัญหาผิว ดังต่อไปนี้
- กรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียง ต้องการลดไขมันส่วนเกินใต้คางและยกกระชับแนวสันกรามให้ดูคมชัดขึ้น
- แก้มห้อย ผิวไม่กระชับ เริ่มมีเนื้อบริเวณช่วงพวงแก้มตกลงมาเหนือร่องแก้ม หรือผิวหน้าดูหลวมไม่แน่นกระชับ
- ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว พลังงานจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผิวจึงแลดูมีความยืดหยุ่นและแน่นขึ้นในระยะยาว (ผลลัพธ์จะเห็นชัดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนหลังทำ)
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
โปรแกรมโบทูลินัมท็อกซิน
โบทูลินัมท็อกซินทำงานโดยการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ช่วยยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทที่สั่งให้กล้ามเนื้อหดตัว ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเกิดการคลายตัวชั่วคราว การทำงานของตัวยาจะเน้นไปที่ชั้นกล้ามเนื้อโดยตรง ไม่ได้ลงลึกถึงชั้นโครงสร้างผิว SMAS
เหมาะกับการดูแลปัญหาผิวแบบไหนบ้าง
โปรแกรมนี้เป็นการแก้ปัญหาที่การทำงานของกล้ามเนื้อ จึงเหมาะสำหรับปัญหาผิว ดังต่อไปนี้
- ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า เช่น รอยตีนกา รอยย่นบนหน้าผาก หรือรอยขมวดคิ้ว
- กรามใหญ่ กล้ามเนื้อคอเกร็ง ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อกราม เพื่อให้รูปหน้าแลดูเรียวขึ้น และสามารถฉีดบริเวณแนวกรามและลำคอ เพื่อลดการดึงรั้งของกล้ามเนื้อที่ทำให้หน้าตก ช่วยให้กรอบหน้าแลดูชัดขึ้น
- รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้รูขุมขนดูกระชับและผิวแลดูเรียบเนียนขึ้น
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
โปรแกรม Ultraformer และ โบทูลินัมท็อกซิน เป็นโปรแกรมที่เสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน เนื่องจากทำงานบนชั้นผิวคนละระดับ สำหรับผู้ที่อยู่ในวัย 30 ต้นๆ การเริ่มดูแลผิวด้วย Ultraformer ปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อสร้างโครงสร้างคอลลาเจนที่แข็งแรง ควบคู่ไปกับการใช้โบทูลินัมท็อกซินเพื่อเก็บรายละเอียดริ้วรอยเป็นระยะ จะช่วยคงสภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์และกระชับได้ดีขึ้น

