หลายคนที่สังเกตเห็นตุ่มนูนสีน้ำตาลอ่อนๆ ขึ้นตามใบหน้าหรือลำคอ โดยมักเห็นเป็นตุ่มหรือปื้นนูนเล็กๆ บนผิว มีสีตั้งแต่สีเนื้อ น้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม ไปจนถึงสีดำ ตุ่มลักษณะนี้ส่วนใหญ่คือกระเนื้อ ซึ่งเป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อยในคนอายุ 30 ปีขึ้นไป แม้ว่าความผิดปกติชนิดนี้มักไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย แต่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ เพราะมักจะขึ้นบริเวณใบหน้า ลำคอ หรือตามลำตัว
กระเนื้อคืออะไร?
กระเนื้อ หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Seborrheic Keratosis เป็นเนื้องอกผิวหนังชนิดไม่ร้ายแรง เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ผิวหนังชั้นบน ลักษณะที่พบได้บ่อยคือเป็นตุ่มนูนขึ้นมาจากผิว ผิวสัมผัสอาจรู้สึกขรุขระคล้ายกำมะหยี่หรือเป็นสะเก็ดบางๆ สีมีตั้งแต่น้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้มหรือดำ มักพบบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก และหลัง แม้จะไม่ใช่เนื้องอกอันตราย แต่หลายคนเลือกนำออกด้วยเหตุผลด้านความสวยงามหรือความรำคาญเวลาเสื้อผ้าเสียดสี

กระเนื้อเกิดจากอะไร?
สาเหตุที่แท้จริงของกระเนื้อยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนในทางการแพทย์ แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่เชื่อมโยงกับการเกิดกระเนื้อ ดังนี้
อายุที่มากขึ้น เซลล์ผิวหนังมีการแบ่งตัวผิดปกติมากขึ้นตามวัย ทำให้กระเนื้อพบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ เนื่องจากกระบวนการผลัดเซลล์ผิวทำงานได้ลดลง
- พันธุกรรม ผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็นกระเนื้อมักมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป เนื่องจากมีแนวโน้มทางพันธุกรรมที่ทำให้เซลล์ผิวเจริญเติบโตผิดปกติในลักษณะนี้
- แสงแดด รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากแสงแดดอาจกระตุ้นให้ผิวหนังเกิดความเสื่อมสภาพ กระเนื้อจึงมักขึ้นในบริเวณที่โดนแสงแดดเป็นประจำ เช่น ใบหน้า แขน และลำคอ
- การเสียดสี บริเวณที่มีการเสียดสีของผิวหนังกับเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือการเสียดสีระหว่างรอยพับของผิวหนัง อาจกระตุ้นให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นหนาตัวขึ้น จึงมีแนวโน้มที่จะพบกระเนื้อได้มากกว่าบริเวณอื่น
- ฮอร์โมน บางกรณีพบว่ากระเนื้ออาจขึ้นมากขึ้นในช่วงตั้งครรภ์หรือช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย
*อาการและผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ลักษณะกระเนื้อที่พบได้บ่อย
กระเนื้อมักมีลักษณะเฉพาะที่ช่วยแยกจากปัญหาผิวชนิดอื่นได้ ดังนี้
- ขอบเขตชัดเจน ดูเหมือนแปะติดอยู่บนผิวมากกว่าฝังลึกลงไปในชั้นผิว
- ผิวสัมผัสขรุขระ อาจมีรอยแตกเป็นร่องเล็กๆ บนผิวของตุ่ม
- ขนาดมีตั้งแต่จุดเล็กเท่าหัวเข็มหมุดไปจนถึงขนาดหลายเซนติเมตร
- มักขึ้นหลายจุดพร้อมกันในบริเวณใกล้เคียงกัน มากกว่าจะขึ้นเป็นจุดเดียวโดดๆ

กระเนื้อแบบไหนควรให้แพทย์ตรวจก่อนนำออก
แม้กระเนื้อส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตราย แต่มีลักษณะบางอย่างที่ควรให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยก่อนตัดสินใจนำออกด้วยตัวเองหรือใช้วิธีการที่ไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากบางครั้งลักษณะที่คล้ายกระเนื้ออาจเป็นเนื้องอกชนิดอื่นที่ต้องได้รับการดูแลต่างออกไป จุดที่ควรสังเกตและรีบปรึกษาแพทย์ ได้แก่
- ตุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงขนาด สี หรือรูปร่างอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้น
- ตุ่มที่มีเลือดออกเองโดยไม่มีการกระทบกระแทก หรือมีแผลที่ไม่หายสักที
- ตุ่มที่มีขอบไม่เรียบ สีไม่สม่ำเสมอภายในจุดเดียวกัน
- ตุ่มที่ทำให้รู้สึกเจ็บหรือคันผิดปกติต่อเนื่อง
- ตุ่มที่ขึ้นใหม่อย่างรวดเร็วจำนวนมากในเวลาไม่นาน
หากพบลักษณะเหล่านี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมทางพยาธิวิทยาหรือไม่ ก่อนวางแผนนำออกด้วยวิธีที่เหมาะสม การนำกระเนื้อออกเองโดยไม่ผ่านการประเมินจากแพทย์ อาจทำให้พลาดการสังเกตความผิดปกติที่ต้องได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง
บริการดูแลกระเนื้อด้วยโปรแกรม ELLMAN
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานพยาบาลที่ให้บริการเลเซอร์กระเนื้อ ภูเก็ต Phuket Skin Center มีบริการดูแลรักษาปัญหาผิวหนังและกระเนื้อด้วยโปรแกรม ELLMAN เทคโนโลยีวิทยุความถี่สูง (RF) ทำงานโดยเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อน แล้วส่งพลังงานไปยังจุดที่ต้องการดูแล ผลข้างเคียงน้อย ลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็น หลังการรักษาแผลจะค่อยๆ ตกสะเก็ดและรอยจะค่อยๆ จางลงตามกระบวนการฟื้นตัวของผิว โดยประเมินและดูแลโดยแพทย์
สำหรับผู้สนใจเข้ารับบริการเลเซอร์กระเนื้อ ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยก่อนตัดสินใจนำกระเนื้อออก เนื่องจากกระเนื้ออาจมีลักษณะใกล้เคียงกับความผิดปกติของภาวะผิวหนังชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะหากเป็นรอยใหม่ที่โตเร็ว สีเปลี่ยน มีเลือดออก หรือมีลักษณะแตกต่างจากเดิม อาจเป็นรอยโรคของมะเร็งผิวหนังบางชนิด การพบแพทย์จะช่วยให้ผู้เข้ารับบริการได้คำแนะนำเกี่ยวกับโปรแกรมดูแลกระเนื้อ ช่วยให้ดูแลผิวได้อย่างเหมาะสมกับลักษณะของรอยมากขึ้น
การดูแลผิวหลังนำกระเนื้อออก
หลังทำโปรแกรม ELLMAN บริเวณที่เลเซอร์ผิวจะเริ่มตกสะเก็ดภายในไม่กี่วัน ควรหลีกเลี่ยงการแกะหรือดึงสะเก็ดออกเอง เพราะอาจทำให้เกิดรอยดำตามมา ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำในบริเวณที่ทำ เนื่องจากผิวที่เพิ่งผ่านการเลเซอร์อาจไวต่อแสงแดดมากขึ้น โดยทั่วไปจะดีขึ้นภายในประมาณ 2 สัปดาห์ หากพบความผิดปกติ เช่น มีอาการบวมแดงมากขึ้นเรื่อยๆ หรือมีของเหลวผิดปกติไหลออกจากแผล ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาและประเมินอาการ
กระเนื้อเป็นความผิดปกติของผิวหนังที่พบได้บ่อยและมักเพิ่มจำนวนตามอายุ การสังเกตลักษณะกระเนื้อของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการปรึกษาแพทย์เมื่อพบความผิดปกติ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าตุ่มที่ขึ้นบนผิวเป็นกระเนื้อธรรมดาจริงๆ ไม่ใช่ปัญหาผิวหนังชนิดอื่นที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน การพบแพทย์ก่อนตัดสินใจจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้การนำกระเนื้อออกเป็นไปอย่างเหมาะสมและตรงกับสภาพผิวของแต่ละคน
*อาการและผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
*การตรวจรักษาหรือทำหัตถการมีความเสี่ยงของการไม่ได้ผลลัพธ์ หรืออาจเกิดอันตรายและเกิดผลข้างเคียงได้ ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ก่อนรับบริการ

